บทที่ 15 การกลับมาในวันที่เราโตขึ้น

(“แต่งตัวเสร็จรึยังลูก”)

เสียงของแม่ดังออกมาจากโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ

“เสร็จแล้วค่า”

ทิชาตอบกลับทั้งที่ยังยืนจัดผมอยู่หน้ากระจก ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอแล้วขยับโทรศัพท์ให้เห็นตัวเองชัดขึ้น

(“ไหนแม่ขอดูลูกสาวคนสวยของแม่หน่อยซิ”)

“เป็นไงคะแม่ หนูสวยรึยัง”

(“สวยมากเลยล่ะยัยตัวแสบ แต่ถ้าไม่กินข้าวก็ไม่สวยหรอก”)

“โห แม่อะ”

ทิชาหัวเราะ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากที่เตรียมตัวมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงวันที่ต้องออกไปเจอกับชีวิตใหม่จริงๆ เสียที

(“แล้วนี่ นนท์มารับหรือยัง?”)

“กำลังมาเลยแม่ บอกว่าจะมารอหน้าหอ”

(“เดินทางปลอดภัยนะลูก”)

“รับทราบค่ะคุณเจน” ทิชายกมือขึ้นทำท่าตะเบ๊ะใส่กล้อง “ว่าแต่…แม่คะ”

(“หืม?”)

“ชาคิดถึงแม่นะ” น้ำเสียงของเธอเบาลงนิดหนึ่ง

แม่มองลูกสาวผ่านหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มให้

(“พึ่งไปอยู่หอไม่ถึงอาทิตย์เดียวเอง ลูกก็คิดถึงแม่แล้วเหรอเนี่ย สงสัยแม่จะเนื้อหอม”)

“แม่ก็…หนูพูดจริงนะ” ทิชาทำหน้าเศร้า ความรู้สึกโหวงๆ ในใจยังไม่หายไป

(“ลูกก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเองนะลูก เจอเพื่อนใหม่ๆ ถ้ามีเวลาว่างก็แค่โทรหาแม่บ้าง”)

“อือ…คุณเจนก็คิดถึงลูกเยอะๆนะคะ แล้วก็โอนค่าขนมมาให้ลูกเยอะๆ ด้วย”

(“แหม…ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะตัวแสบ ไปมหาลัยได้แล้วไป”)

“บายค่ะแม่” ทิชายกมือโบกให้หน้ากล้อง ก่อนกดวางสาย

เธอมองหน้าจอที่ดับลงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ

“เอาวะ”

หญิงสาวหยิบกระเป๋าขึ้นมา ก่อนเปิดประตูห้องออกไป ทันทีที่เดินลงมาถึงหน้าหอ ก็เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกล

ชายหนุ่มที่ยืนพิงรถอยู่ข้างๆ หันมาเห็นเธอพอดี

“กว่าจะเสด็จลงมาได้นะ” นนท์พูดขึ้น

“นี่ฉันก็เสด็จลงมาเร็วแล้วนะ”

“นัดคนอื่นเขา เเปดโมงตรง เเล้วตัวเองมากี่โมง”

“ก็นี่ไง...เเปดโมงตรง”

“นี่มันเเปดโมงห้านาทีแล้ว”

“ห้านาทีเอง”

“เออ ห้านาที”

นนท์ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ก่อนเปิดประตูรถให้เธอ

ทิชาหัวเราะแล้วเดินขึ้นไปนั่ง

“วันนี้ตื่นเต้นไหม”

“ก็…นิดหน่อย”

“แล้วเมื่อคืนใครส่งข้อความมาถามฉันสามรอบว่า อาคารเรียนอยู่ตรงไหน เธอถามอย่างกับฉันเรียนคณะเดียวกันกับเธอ”

ทิชาหันขวับ

“ช่วยๆ กันหน่อยไม่ได้รึไง ก็ฉันกลัวหลงนี่!”

นนท์หัวเราะออกมา

ความวุ่นวายแบบเดิมๆ ทำให้ทิชารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด อย่างน้อยวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ต้องเริ่มต้นคนเดียว

ไม่นานรถก็มาถึงมหาวิทยาลัย

ทิชามองผ่านกระจกหน้าต่างไปเรื่อยๆ เป็นเช้าที่วุ่นวายไม่น้อย แต่แปลกดี เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ถึงแล้วสินะ”

“อืม”

นนท์เลี้ยวรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าตึกเพื่อส่งทิชา

“เธอลงตรงนี้แหละ ของฉันตึกวิศวะ อยู่คนละทางกับเธอเลย แล้วถ้าหลงก็โทรมา”

“ถ้าฉันหลง แล้วนายจะเหลือเหรอ”

“ก็ฉันจะมาหลงพร้อมเธอไง เธอจะได้ไม่เหงา”

“พอเลยๆ ฉันไม่หลงหรอกน้า”

“ถ้ายังหลงอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ฉันมาส่งถึงหน้าคณะขนาดนี้”

“นนท์!”

ทิชาทำหน้ามุ่ย ก่อนจะยกมือขึ้นตีแขนเขาเบา ๆ

เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นทันที

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว เสร็จกิจกรรมล่ะบอกนะ เดี๋ยวฉันมารับ”

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่คนขับ”

ทิชาลงจากรถแล้วเดินเข้าคณะไป

“อือ...เป็นคนขับให้ทั้งชีวิตเลยก็ยังได้”

นนท์มองตามแผ่นหลังของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขับรถออกไป

บริเวณคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์คึกคักกว่าที่เธอคิด นักศึกษารุ่นพี่เดินถือป้ายสาขาไปมา เสียงเรียกน้องปีหนึ่งดังเป็นระยะ

ทิชาก้มมองกระดาษในมือ ก่อนเดินตามป้ายที่เขียนว่า ‘Interior Design’

“น้องๆปีหนึ่ง! สาขาออกแบบภายในทางนี้เลยค่ะ!”

ทิชาหันไปมอง ก่อนรีบเดินตามรุ่นพี่เข้าไป

ภายในห้องมีนักศึกษาปีหนึ่งนั่งจับกลุ่มกันอยู่หลายคน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของคนที่เพิ่งเจอกันวันแรก

ทิชาเลือกที่นั่งว่าง ก่อนวางกระเป๋าลงข้างตัว

ไม่นาน รุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ตบมือเรียกความสนใจ

“เอาล่ะค่ะ ไหนๆ มากันครบแล้ว เรามาเริ่มทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า”

เสียงพูดคุยภายในห้องค่อยๆ เบาลง

“เดี๋ยวพี่จะให้น้องๆ แนะนำตัวทีละคนสั้นๆ พร้อมชื่อเล่นด้วยนะ”

กิจกรรมแนะนำตัวเริ่มต้นขึ้น นักศึกษาปีหนึ่งทยอยลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคน บางคนพูดเสียงดังอย่างมั่นใจ บางคนเขินจนพูดเบาเสียจนเพื่อนๆ ต้องช่วยกันเชียร์

ทิชานั่งฟังอยู่เงียบๆ จนกระทั่งถึงคิวของตัวเอง เธอลุกขึ้นยืน ก่อนส่งยิ้มให้กับคนในห้อง

“ชื่อจริงชื่อทิชานะคะ เรียกชาก็ได้ค่ะ”

เสียงใสๆ ดังขึ้นในห้อง

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมเอกสารในมือชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษ ก่อนมองเข้าไปภายในห้อง

สายตาของเขากวาดผ่านนักศึกษาปีหนึ่งหลายคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง

“หืม? ทิชางั้นเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป